𝗗𝗮𝘁𝗮𝗰𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 𝗶𝗻 𝘀𝗽𝗮𝗰𝗲 ย้าย Datacenter ไปอยู่ในอวกาศ: ไอเดียบ้า หรือแผนสำรองของโลก AI?

🚀 ย้าย Datacenter ไปอยู่ในอวกาศ: ไอเดียบ้า หรือแผนสำรองของโลก AI?

𝗗𝗮𝘁𝗮𝗰𝗲𝗻𝘁𝗲𝗿 𝗶𝗻 𝘀𝗽𝗮𝗰𝗲
🚀 ย้าย Datacenter ไปอยู่ในอวกาศ: ไอเดียบ้า หรือแผนสำรองของโลก AI?
———————————————-

ทุกครั้งที่เราใช้ AI ดูวิดีโอ หรือฝากข้อมูลบนคลาวด์
เบื้องหลังคือ Datacenter ที่เต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์จำนวนมหาศาล
ปัญหาคือมันไม่ได้กินไฟแค่ตอน “คำนวณ” (compute)
แต่มันต้องใช้ไฟอีกก้อนใหญ่เพื่อ “ระบายความร้อน” (cooling) ด้วย

พูดง่าย ๆ คือ ไฟทุกหน่วยที่คอมพิวเตอร์ใช้ → กลายเป็นความร้อนทั้งหมด
Datacenter ขนาดใหญ่สมัยนี้กินไฟระดับหลายสิบถึงหลายร้อยเมกะวัตต์
บางแห่งใช้ไฟพอ ๆ กับเมืองขนาดกลาง และยุค AI ก็ยิ่งเร่งปัญหานี้เข้าไปอีก



❄️ ทางออกบนโลกเริ่มสุดทาง
บริษัทเทคโนโลยีเริ่มหาวิธีแปลกขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งย้าย Datacenter ไปประเทศหนาวจัดเพื่อลดค่าแอร์
ใช้ระบบแช่ของเหลว ใช้น้ำทะเล
ไปจนถึงผูกกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพื่อให้มีไฟพอใช้ 24 ชั่วโมง

ทั้งหมดนี้สะท้อนอย่างหนึ่งชัดมาก
👉 โลกเริ่มไม่พอให้ Datacenter โตแบบเดิมแล้ว



☀️ อวกาศดีกว่าโลกตรงไหน? (เริ่มจากเรื่องพลังงานก่อน)
ตรงนี้หลายคนสับสน เลยขออธิบายให้ชัดแบบสั้น ๆ

บนโลก
• พลังแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจริง ≈ 1,000 W/m²
• แต่เมื่อเฉลี่ยทั้งวันทั้งปี (มีเมฆ ฝุ่น มุมเอียง กลางคืน)
• แผงโซลาร์ ผลิตไฟได้จริง แค่ประมาณ 150–200 W/m²

ในอวกาศใกล้วงโคจรโลก
• พลังแสงที่ส่องมา ≈ 1,360 W/m²
• ไม่มีเมฆ ไม่มีอากาศ ไม่มีฝุ่น
• ถ้าใช้แผงโซลาร์ประสิทธิภาพสูง
แผงจะ ผลิตไฟได้จริง ประมาณ ~300 W/m²

สรุปคือ แสงงอาทิตย์ในอวกาศ
“แรงกว่า + ไม่มีกลางคืน + ไม่มีสิ่งรบกวน”



🛰️ แล้ววงโคจรแบบไหนเหมาะกับ Datacenter?
ตัวเลือกที่ถูกพูดถึงมากคือ LEO แบบ Sun-Synchronous (SSO)

LEO Sun-Synchronous Orbit เป็นวงโคจรระดับต่ำ
สูงจากพื้นโลกเพียง 600–800 กิโลเมตร แต่เอียงเกือบ 90 องศา
ดาวเทียมจะโคจรในแนวเหนือ-ใต้ ผ่านใกล้ขั้วโลกทั้งสอง
และระนาบวงโคจรจะหมุนตามดวงอาทิตย์
ทำให้รับแสงอาทิตย์ในมุมเดิมซ้ำ ๆ ทุกวัน

ข้อดีคือ
• รับแสงอาทิตย์ได้เกือบทั้งรอบโคจร
• ไม่ต้องใช้พลังงานมากในการรักษาวงโคจร
• ค่าส่งถูกกว่าวงโคจรไกลอย่าง GEO มาก
• อยู่ได้นานเป็นสิบปี หรือ 20–30 ปีถ้าออกแบบดี



⚡ ตัวอย่างคร่าว ๆ: Datacenter ขนาด 100 MW ต้องใช้โซลาร์แค่ไหน?
สมมติศูนย์ข้อมูลต้องใช้ไฟ 100 เมกะวัตต์ต่อเนื่อง

ถ้าใช้โซลาร์ในอวกาศที่ผลิตไฟได้จริง
ประมาณ 300 W/m²

การคำนวณตรงไปตรงมาคือ
100,000,000 W ÷ 300 W/m² ≈ 330,000 ตารางเมตร
หรือประมาณ 0.33 ตารางกิโลเมตร

พื้นที่ระดับนี้ฟังดูใหญ่
แต่เมื่อเทียบกับ Datacenter บนโลกที่ต้องมี
โรงไฟฟ้า สายส่ง ระบบแอร์ ระบบน้ำ
ตัวเลขนี้เริ่ม “น่าคิด” ขึ้นมาทันที

ส่วนความร้อนทั้งหมดจากคอมพิวเตอร์
ก็ถูกทิ้งออกสู่อวกาศด้วยแผงระบายความร้อน
ไม่ต้องใช้แอร์ ไม่ต้องใช้น้ำ และไม่ต้องแย่งทรัพยากรใครบนโลก



🤔 แล้วทำไมยังไม่ทำจริง?
เพราะยังติด 3 เรื่องใหญ่
1. ค่าขนส่งอุปกรณ์ขึ้นอวกาศยังแพง
2. การซ่อมบำรุงต้องออกแบบให้เป็นโมดูล เปลี่ยนได้จากระยะไกล
3. วันนี้ บนโลกยังพอ “ฝืนแก้ปัญหา” ด้วยเงินและพลังงานได้อยู่

แต่คำถามสำคัญคือ
👉 ถ้า AI โตต่อไปอีก 10–20 ปี
และ Datacenter ต้องใช้ไฟระดับ “ทั้งจังหวัด” ต่อแห่ง
โลกจะยังฝืนไหวไหม?



✨วันนี้ Datacenter ในอวกาศยังดูเหมือนไอเดียล้ำเกินจริง
แต่ในโลกที่ AI กินไฟเร็วกว่าโครงข่ายไฟฟ้าจะโตทัน
ไอเดียนี้อาจไม่ใช่ของเล่น
แต่อาจเป็น แผนสำรองของอารยธรรมดิจิทัล

เหมือนวันที่เราไม่เคยคิดว่าคอมพิวเตอร์จะอยู่ในกระเป๋าเราได้
แต่วันนี้เราเรียกมันว่า “สมาร์ตโฟน”
พรุ่งนี้… Datacenter อาจไม่จำเป็นต้องอยู่บนโลกก็ได้ 🚀


This will close in 10 seconds