Meta เปิดตัว AI สร้างภาพ
เมื่ิอวานนี้น่าจะเป็นวันฤกษ์ดีของวงการ AI เปิดตัวกันใหญ่ Meta (Facebook – ไม่รู้จะต้องวงเล็บแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ก็มันไม่ชินกับชื่อใหม่อะ) เปิดตัว AI สร้างภาพให้ลองเล่นกัน (ตอนนี้เฉพาะใน USA) ที่ imagine.meta.com
เมื่ิอวานนี้น่าจะเป็นวันฤกษ์ดีของวงการ AI เปิดตัวกันใหญ่ Meta (Facebook – ไม่รู้จะต้องวงเล็บแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ก็มันไม่ชินกับชื่อใหม่อะ) เปิดตัว AI สร้างภาพให้ลองเล่นกัน (ตอนนี้เฉพาะใน USA) ที่ imagine.meta.com
ด้วยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด AI ทำให้ฮาร์ดแวร์ที่จำเป็นต้องใช้งานอย่างพวก GPU (Graphic Procesing Unit) ทั้งหลายขายดิบขายดีตามไปด้วย เพราะการทำงานของเอไอสมัยใหม่ล้วนใช้ GPU เป็นหลักในการคำนวณ matrix จำนวนมหาศาลพร้อมๆ กันในลักษณะคล้ายกับการสร้างภาพกราฟิกในเกม ทำให้ต้องใช้ GPU ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ที่เก่งเรื่องนี้มาทำงานแทน
ความจริง AI Chat bot จากเจ้าใหญ่ระดับโลกทั้งหลายที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Bing, Bard, Claude ตอนนี้ก็ล้วนแต่ใช้ภาษาไทยได้หมดแล้ว และล้วนแต่สนับสนุนภาษาหลักๆ ของโลกทั้งหมดแล้วเช่นกัน แต่ชาติต่างๆ ก็ยังต้องมีการพัฒนา AI ของตัวเองขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นการต่อยอดจาก open-source หรือคิดใหม่ทำใหม่หมดเลย ที่ดูคร่าวๆ แล้วก็น่าจะเพราะเหตุผลง่ายๆ สองข้อหลักๆ คือ ความเร็ว (speed) และความเชี่ยวชาญ (proficiency) ในการใช้ภาษานั้นๆ กับเรื่องของการ bias หรือให้คำตอบที่ไม่เป็นกลาง
อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันครบรอบปีแรก หรือขวบแรกนับตั้งแต่การเปิดตัวของ ChatGPT ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ตัวแรกที่เปลี่ยนการทำงานกับคอมพิวเตอร์ของมนุษยชาติไปตลอดกาล ลองมามองย้อนกันดูว่าในเวลาเพียง 1 ปีที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ในตอนนี้เราจะพูดถึงเฉพาะ AI ประเภท chatbot กันก่อน (เช่น Q, Grok, Llama, Bard, Bing, GPT-4) เพราะเป็นตัวที่สร้างแรงกระเพื่อมมากที่สุดในบรรดา AI ทั้งหมด ส่วน Generative AI ประเภทอื่น เช่นพวกที่สร้างภาพหรือ text-to-image นั้นไว้เล่ากันวันหลัง
ช่วงนี้มีข่าวยุ่งๆ เรื่องของการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร OpenAI ที่เปลี่ยนกลับไปมาได้ราวกับเล่นกล ซึ่งข่าวหลายกระแสก็อ้างว่าเบื้องหลังเกี่ยวกับการค้นพบอัลกอริธึม Q* (“คิว-สตาร์”) ที่มีความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ยากๆ ได้ในระดับที่เก่งกว่าเดิม อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่กำลังพัฒนาอยู่กลายไปเป็น AGI (Artificial General Intelligence) ขึ้นมาได้ ซึ่งอาจกลายไปเป็นอันตรายใหญ่หลวงต่อมนุษยชาติ เรื่องแบบนี้ในฐานะ CEO รู้แล้วไม่แจ้งบอร์ดบริหาร แถมยังปล่อยให้ทำต่อ อย่างนี้ต้องปลด! อะไรประมาณนี้ ซึ่งฟังดูแล้วออกแนวนิยายวิทยาศาสตร์หรือ Sci-Fi มากๆ เลยต้องขอขยายความซักหน่อยว่าเจ้า AGI ที่ฟังดูน่ากลัวนักหนานี่มันคืออะไร
ตรวจสอบและวิเคราะห์ระดับแสง : ประเมินระดับแสงอาทิตย์และช่วงเวลาที่ได้รับแสงอาทิตย์มากที่สุดในพื้นที่ที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ประเมินพื้นที่ที่มีความเหมาะสมและเพียงพอสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ รวมถึงสิ่งที่กีดขวาง เช่น ต้นไม้หรือสิ่งก่อสร้าง เป็นต้น
เมื่อพูดถึงการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่เป็นการพลิกโฉมโลกหรือเป็นการเปลี่ยนทั้งวิถีชีวิต ความคิด และกระบวนการทำงานต่างๆ ของเราไปอย่างสิ้นเชิงนั้น ปัจจุบันความฉลาดของมนุษย์ได้นำพาโลกของเราให้ก้าวเข้าสู่ยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือ The Fourth Industrial Revolution (4IR) ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในครั้งนี้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจะเป็นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จับเอาองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ที่ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ, เครื่องจักรกล, ยานพาหนะต่างๆ, ธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม ฯลฯ
โดยหลักการแล้วรถ Hybrid ทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น HEV, PHEV, EREV ต่างก็มีสองระบบ คือมีทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้มีภาระในการบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรถที่มีระบบเดียว ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์น้ำมันหรือไฟฟ้าล้วนก็ตาม เพราะชิ้นส่วนและความซับซ่อนในการทำงานร่วมกันที่เพิ่มขึ้น ก็หมายถึงว่ามีกลไกที่ต้องบำรุงรักษามากขึ้น ใช้ค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
ระบบชาร์จมักเป็นแบบ AC ที่มีอัตราการชาร์จไม่เกิน 7 kW เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่ใหญ่มาก จึงมักจะไม่มีระบบรองรับการชาร์จแบบไฟ DC (Fast Charge) ซึ่งทำให้ชาร์จได้เร็วแค่เท่ากับเครื่องชาร์จตามบ้าน (Wall Charger หรือ Wall box) ทั่วไปซึ่งต้องใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง ซึ่งไม่เหมาะกับการแวะช่าร์จระหว่างเดินทางไกล และก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลารอขนาดนั้นด้วยเพราะถ้ามีน้ำมันในถังก็วิ่งได้แล้ว
โดยปกติการขับขี่แบบใช้คันเร่งเพียงอย่างเดียวหรือ One-Pedal driving ที่มีในรถ BEV นั้นก็คือ พอถอนเท้าจากคันเร่งปั๊บก็ให้รถเริ่มทำการลดความเร็วด้วยการหน่วง หรือใช้ระบบเบรคแบบ Regenerative ได้เลยโดยยังไม่ต้องเหยียบแป้นเบรค ซึ่งถ้าใช้จนคล่องแล้วก็อาจจะลดโอกาสที่ต้องย้ายเท้าไปเหยียบแป้นเบรคให้ลดลงเหลือแต่เท่าที่จำเป็น

This will close in 10 seconds