
แป้นพิมพ์ QWERTY เกิดขึ้นตั้งแต่ยุคเครื่องพิมพ์ดีด ไม่ใช่ยุคคอมพิวเตอร์ ผู้ที่เกี่ยวข้องสำคัญคือ Christopher Latham Sholes นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ซึ่งพัฒนาเครื่องพิมพ์ดีดในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และขายสิทธิ์ให้บริษัท Remington นำไปผลิตเชิงพาณิชย์ในปี 1873
เหตุผลหนึ่งที่ QWERTY ถูกจัดวางเช่นนี้ มาจากข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์ดีดยุคแรก ในเวลานั้น ตัวอักษรแต่ละตัวไม่ได้เป็นสัญญาณไฟฟ้าแบบคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ แต่เป็นก้านโลหะที่ดีดขึ้นไปพิมพ์ลงบนกระดาษ หากพิมพ์เร็วเกินไป โดยเฉพาะตัวอักษรบางคู่ที่ใช้ต่อเนื่องกัน ก้านพิมพ์อาจชนหรือติดกันได้ จึงมีคำอธิบายว่า QWERTY ถูกออกแบบเพื่อช่วยลดโอกาสที่ก้านพิมพ์จะชนกัน โดยแยกตัวอักษรบางตัวที่มักใช้ใกล้กันออกจากกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปง่าย ๆ ว่า QWERTY ถูกสร้างมาเพื่อ “ทำให้คนพิมพ์ช้า” เพราะประวัติจริงซับซ้อนกว่านั้น และยังมีปัจจัยอื่น เช่น ความเหมาะสมกับงานพิมพ์และงานโทรเลขในยุคนั้นด้วย พูดให้ถูกคือ QWERTY ไม่ได้เกิดจากการออกแบบเพื่อความเร็วสูงสุดแบบคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ยุคใหม่ แต่เป็นผลจากข้อจำกัดของเครื่องพิมพ์ดีด กลไกก้านพิมพ์ และการใช้งานจริงในเวลานั้น
ต่อมา เมื่อคนจำนวนมากเรียนพิมพ์ด้วย QWERTY โรงเรียน สำนักงาน เครื่องพิมพ์ดีด และผู้ผลิตต่างใช้ผังเดียวกัน QWERTY จึงกลายเป็นมาตรฐาน แม้ภายหลังจะมีแป้นพิมพ์ทางเลือกที่พยายามออกแบบให้ดีกว่า ตัวอย่างสำคัญคือ Dvorak Simplified Keyboard ซึ่งออกแบบโดย August Dvorak และ William L. Dealey และได้รับสิทธิบัตรในปี 1936 แนวคิดของ Dvorak คือจัดตัวอักษรที่ใช้บ่อยไว้ใกล้ “แป้นเหย้า” หรือ home row มากขึ้น เพื่อลดการขยับนิ้วและเพิ่มความสบายในการพิมพ์ แต่ Dvorak ก็ไม่สามารถแทนที่ QWERTY ได้ เพราะคนจำนวนมากพิมพ์ QWERTY เป็นแล้ว
การเปลี่ยนแป้นพิมพ์ใหม่หมายถึงต้องฝึกใหม่ เปลี่ยนระบบสอนพิมพ์ เปลี่ยนความเคยชิน และเปลี่ยนอุปกรณ์จำนวนมหาศาล เรื่องคล้ายกันเกิดขึ้นกับแป้นพิมพ์ภาษาไทย ระหว่าง “เกษมณี” กับ “ปัตตะโชติ” แป้นพิมพ์เกษมณี คิดค้นโดย สุวรรณประเสริฐ เกษมณี ราว พ.ศ. 2474 เพื่อใช้กับเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทย และต่อมากลายเป็นผังแป้นพิมพ์ไทยที่ใช้แพร่หลายที่สุด แป้นเหย้าฝั่งซ้ายที่หลายคนคุ้นมือ เช่น ฟ ห ก ด ก็มาจากผังเกษมณีนี้
ต่อมา สฤษดิ์ ปัตตะโชติ ได้ศึกษาและเสนอแป้นพิมพ์ปัตตะโชติราว พ.ศ. 2509 โดยพยายามจัดตำแหน่งตัวอักษรไทยให้เหมาะกับความถี่ในการใช้และสมดุลของมือมากขึ้น ตัวอย่างแป้นเหย้าฝั่งซ้ายของปัตตะโชติ เช่น ้ ท ง ก ซึ่งต่างจากเกษมณีอย่างชัดเจน ในเชิงแนวคิด ปัตตะโชติคล้ายกับ Dvorak คือพยายามออกแบบแป้นพิมพ์ใหม่ให้มีประสิทธิภาพกว่าแบบเดิม แต่ก็เจอปัญหาเดียวกัน คือคนส่วนใหญ่คุ้นกับเกษมณีไปแล้ว โรงเรียนสอนพิมพ์ สำนักงาน คอมพิวเตอร์ และมาตรฐานไทยต่าง ๆ ต่างอิงกับเกษมณีเป็นหลัก

สุดท้าย QWERTY และเกษมณีจึงไม่ได้อยู่มาถึงปัจจุบันเพราะเป็นผังแป้นพิมพ์ที่ดีที่สุดในทุกด้าน แต่อยู่รอดเพราะมาก่อน แพร่หลายก่อน และกลายเป็นความเคยชินของผู้ใช้จำนวนมหาศาล แป้นพิมพ์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของมาตรฐานและความจำของนิ้วมือ เมื่อคนทั้งระบบใช้แบบใดแบบหนึ่งมานานพอ การเปลี่ยนไปใช้แบบที่ “อาจดีกว่า” ก็ไม่ง่ายอีกต่อไป

