มหัศจรรย์! เจดีย์น้ำแข็งบนทะเลทราย!

0
61

“เจดีย์น้ำแข็งบนทะเลทราย”

เป็นความคิดอันชาญฉลาดของนาย Sonam Wangchuk วิศวกรเครื่องกล ชาวอินเดีย ที่พยายามคิดแก้ปัญหาการไม่มีน้ำเก็บไว้ใช้ในช่วงฤดูเพาะปลูกของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบสูงแถบเชิงเขาหิมาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้งแบบทะเลทราย ที่ถึงแม้ในหน้าหนาวบนยอดเขาจะมีน้ำแข็งปกคลุมอยู่มากมาย และมีน้ำแข็งที่ละลายไหลผ่านไปตามลำธารลงมายังพื้นที่ด้านล่าง

แต่ในช่วงเวลานั้น สภาพดินยังคงเป็นน้ำแข็งและมีอากาศหนาวเย็นเกินกว่าจะเพาะปลูกอะไรได้ ทำให้น้ำแข็งที่ละลาย ไหลผ่านไปโดยไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พอเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สภาพดินและอากาศเหมาะแก่การเพาะปลูก น้ำแข็งที่ละลายมาตามลำธารก็เหลือน้อยจนไม่เพียงพอสำหรับทุกคน และแห้งเหือดไปในเวลาอันรวดเร็ว

วิศวกรผู้นี้จึงคิดที่จะสร้างเป็น เจดีย์น้ำแข็ง (Ice Stupa) ขึ้นมาในช่วงฤดูหนาว บนพื้นดินในจุดที่มีระดับต่ำลงมาราว 3,000 เมตร โดยต่อท่อมาจากลำธารบนภูเขาให้น้ำไหลผ่านท่อลงมาตามธรรมชาติ จากนั้นแรงดันน้ำจะทำให้น้ำที่ปลายท่อพุ่งขึ้นไปเป็นละอองหมอกในอากาศ แล้วกลายเป็นน้ำแข็งก่อตัวสะสมสูงขึ้นไปเรื่อยๆคล้ายกับน้ำตาเทียน (เหตุที่ต้องทำให้สูงเป็นเจดีย์ ก็เพื่อลดพื้นที่ผิวที่จะต้องปะทะกับแสงแดด ทำให้ละลายช้าลง)

ซึ่งต้นแบบที่เคยทำไว้สูงเพียง 6 ฟุต เก็บน้ำได้ 150,000 ลิตร และพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จนล่าสุดสามารถสร้างได้สูงถึง 30 เมตร เก็บน้ำได้ถึง 15 ล้านลิตร ซึ่งช่วยให้พื้นที่เพาะปลูกกว่า 312 ไร่ ได้มีน้ำใช้ที่เพียงพอยาวนานไปจนตลอดช่วงฤดูเพาะปลูก

และด้วยไอเดียสุดบรรเจิดนี้ ทำให้นาย Sonam Wangchuk ได้รับรางวัล Rolex Awards for Enterprise ประจำปี 2016 ที่จะมอบให้กับผู้ที่มีนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่จะช่วยทำให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้น

ขอบคุณ : Rolex Awards for Enterprise

SHARE
Previous articleจำนวนรอบการชาร์จ (Cycle) บอกอายุขัยของแบตเตอรี่?
Next articleจำนวนรอบการชาร์จ (Cycle) บนมือถือ ดูยังไง?
เรียนมาทางด้านไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสารโทรคมนาคม แต่หลังจากเรียนจบ ชีวิตก็ก้าวเดินอยู่บนเส้นทางสายคอมพิวเตอร์มาโดยตลอด นับตั้งแต่เป็นอาจารย์ เป็นวิทยากร จนมาเป็นบรรณาธิการและนักเขียน ที่มีผลงานการเขียนหนังสือคอมฯ ที่ออกจะแนวๆ ฮาร์ดคอร์มายาวนานกว่าสิบปี พร้อมๆ ไปกับการตามติดข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีที่ทุกๆ วันนี้แทบแยกกันไม่ออกระหว่างคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ

NO COMMENTS