การกำหนดรุ่นซีพียู (Processor Number) แบบใหม่ของ Intel
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การกำหนดรุ่นซีพียูของ Intel ที่เราเห็นกันโดยทั่วไปนั้นจะอาศัยการระบุเป็นค่าความเร็วหรือค่าความถี่ของสัญญาณนาฬิกาภายในซีพียู(Processor?s Internal clock) ตัวอย่างเช่น Pentium 4 2.4CGHz, Pentium4 HT 3.6 GHz และ Celeron II 2.8 GHz ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงประสิทธิภาพของซีพียูรุ่นนั้นๆ ว่าดีกว่ารุ่นอื่นมากน้อยแค่ไหน แต่ในช่วงเวลาอันใกล้ภายในกลางปีนี้ การกำหนดรุ่นซีพียูของ Intel แบบเดิมๆที่เราเห็นอยู่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยคาดหมายว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่ทาง Intel ได้พัฒนาขึ้นมาทั้งที่นำมาใช้แล้ว ดังจะเห็นได้จากคอมพิวเตอร์ Notebook ที่ใช้เทคโนโลยี Centrino Mobile ในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ๆอีกหลายอย่าง รวมถึงการพิจารณาถึงคุณสมบัติอย่างอื่น เช่น โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ใช้ (Architecture), ขนาดของหน่วยความจำแคช (Cache), ความเร็วหรือค่าความถี่ของสัญญาณนาฬิกาภายนอกซีพียูที่เชื่อมต่อระหว่างตัวควบคุมการทำงานของหน่วยความจำ (Memory Controller) กับซีพียู (Front Side Bus : FSB) และอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของซีพียู ทำให้ Intel กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการจำแนกรุ่นต่างๆของซีพียูออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่ม High-End ตระกูล 7xx, กลุ่ม Medium-End ตระกูล5xx และกลุ่ม Low-End ตระกูล 3xxซึ่งแต่ละกลุ่มจะระบุเป็นค่าของตัวเลข 3 หลัก
(Processor Number) โดยมีรายละเอียดดังนี้
Desktop Processor Family |
Number Sequence |
|
Intel? Pentium? 4 processor Extreme Edition 760 (3.4GHz), 730 (3.2GHz) |
7xx |
|
Intel? Pentium? 4 processor (including the Intel? Pentium? 4 processor supporting Hyper-Threading Technology and Intel? Pentium? 4 processor with Hyper-Threading Technology) |
5xx |
|
Intel? Celeron? D processor (Prescott) 360 (3.33GHz), 355 (3.2GHz), 350 (3.06GHz), 345 (2.8GHz), 325 (2.53GHz) |
3xx |
Mobile Processor Family |
Number Sequence |
|
Intel? Pentium? M processor* (* ภายใต้เครื่องหมายสัญลักษณ์ Centrino) |
7xx |
|
Mobile Intel? Pentium? 4 processor (including the Mobile Intel? Pentium? 4 processor supporting Hyper-Threading Technology and Mobile Intel? Pentium? 4 processor with Hyper-Threading Technology) ยังไม่มีการกำหนดรุ่น |
5xx |
|
Intel? Celeron? M processor |
3xx |
ดังนั้นเราจะได้เห็นการเรียกชื่อรุ่นของซีพียูแบบใหม่นี้ในอีกไม่ช้าไม่นาน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆอาจจะยังคงสับสนและวุ่นวายกันพอสมควร ส่วนมาตรฐานที่ใช้ในการเรียกชื่อซีพียูจากเดิม เช่น Intel? Pentium? 4 3.6 GHz with HT Technology ก็จะ
เปลี่ยนไปกลายเป็น Intel? Pentium? 4 560 with HT Technology เป็นต้น โดยใช้มาตรฐานการเรียกชื่อดังนี้

ตัวอย่างและรายละเอียดต่างๆ เช่น เทคโนโลยีในการผลิต, ความเร็วบัสและขนาด L2 Cache ของซีพียูบางส่วนที่ได้มีการกำหนดรุ่น (Processor Number) ไปบ้างแล้ว
|
7xx | ||||
|
CPU |
Manufacturing Process |
Bus Speed (FSB) |
L2 cache Size (KB or MB) |
Processor Number |
|
Pentium M 2.13 GHz |
90 nm |
533 MHz |
2 MB |
770 |
|
Pentium M 2.0 GHz |
90 nm |
533 MHz |
2 MB |
760 |
|
Pentium M ULV 1.20 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
758 |
|
Pentium M 2.0 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
755 |
|
Pentium M LV 1.5 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
753 |
|
Pentium M 1.86 GHz |
90 nm |
533 MHz |
2 MB |
750 |
|
Pentium M 1.8 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
745 |
|
Pentium M 1.73 GHz |
90 nm |
533 MHz |
2 MB |
740 |
|
Pentium M ULV 1.10 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
738 |
|
Pentium M 1.70 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
735 |
|
Pentium M LV 1.4 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
733 |
|
Pentium M 1.6 GHz |
90 nm |
533 MHz |
2 MB |
730 |
|
Pentium M 1.6 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
725 |
|
Pentium M ULV 1.10 GHz |
130 nm |
400 MHz |
1 MB |
718 |
|
Pentium M 1.5 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
715 |
|
Pentium M 1.3 GHz |
90 nm |
400 MHz |
2 MB |
713 |
|
5xx | ||||
|
CPU |
Manufacturing Process |
Bus Speed (FSB) |
L2 cache Size (KB or MB) |
Processor Number |
|
Pentium 4 EE 3.4 GHz |
130 nm |
800 MHz |
512 KB |
??? |
|
Pentium 4 EE 3.2 GHz |
130 nm |
800 MHz |
512 KB |
??? |
|
Pentium 4 4.0 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
580 |
|
Pentium 4 3.8 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
570 |
|
Pentium 4 M 3.6 GHz |
90 nm |
533 MHz |
1 MB |
558 |
|
Pentium 4 3.6 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
560 |
|
Pentium 4 M 3.46 GHz |
90 nm |
533 MHz |
1 MB |
552 |
|
Pentium 4 3.4 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
550 |
|
Pentium 4 3.2 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
540 |
|
Pentium 4 M 3.2 GHz |
90 nm |
533 MHz |
1 MB |
538 |
|
Pentium 4 M 3.06 GHz |
90 nm |
533 MHz |
1 MB |
532 |
|
Pentium 4 3.0 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
530 |
|
Pentium 4 2.8 GHz |
90 nm |
800 MHz |
1 MB |
520 |
|
Pentium 4 M 2.8 GHz |
90 nm |
533 MHz |
1 MB |
518 |
|
3xx | ||||
|
CPU |
Manufacturing Process |
Bus Speed (FSB) |
L2 cache Size (KB or MB) |
Processor Number |
|
Celeron M 1.5 GHz |
90 nm |
400 MHz |
1 MB |
370 |
|
Celeron M 1.4 GHz |
90 nm |
400 MHz |
1 MB |
360 |
|
Celeron M ULV 1.0 GHz |
90 nm |
400 MHz |
512 KB |
358 |
|
Celeron M 1.3 GHz |
90 nm |
400 MHz |
1 MB |
350 |
|
Celeron 3.2 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
350 |
|
Celeron 3.06 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
345 |
|
Celeron M 1.5 GHz |
130 nm |
400 MHz |
512 KB |
340 |
|
Celeron 2.93 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
340 |
|
Celeron M ULV 900 MHz |
90 nm |
400 MHz |
512 KB |
338 |
|
Celeron 2.8 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
335 |
|
Celeron M 1.4 GHz |
130 nm |
400 MHz |
512 KB |
330 |
|
Celeron 2.66 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
330 |
|
Celeron 2.53 GHz |
90 nm |
533 MHz |
256 KB |
325 |
|
Celeron M 1.3 GHz |
130 nm |
400 MHz |
512 KB |
320 |
การตรวจสอบซีพียูทุกรุ่นขงค่าย AMD
เราสามารถตรวจสอบรุ่นและรายละเอียดต่างๆ ของซีพียูจาก OPN Codeตามกลุ่มของซีพียูได้ดังนี้
AMD Duron & AMD Athlon XP
AMD Athlon 64
AMD Opteron
AMD & Intel Roadmap


บัส PCI แบบ 32 บิตทำงานที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 33 MHz ให้อัตราการรับส่งข้อมูลเป็น 4 ไบต์ (32 บิต) x 33 MHz = 133 MB/sec และบัส AGP ทำงานที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 66 MHz ให้อัตราการรับส่งข้อมูลเป็น 4 ไบต์ (32 บิต) x 66 MHz = 266 MB/sec สำหรับ AGP1x ส่วนมาตรฐานในปัจจุบันที่ใช้ AGP 8x จะให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงถึง 2130 MB/sec หรือประมาณ 2 GB/s ซึ่งมาตรฐานของบัส PCI และ AGP เหล่านี้มีใช้กันมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้จะถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานของบัส PCI แบบใหม่ที่ให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า มาตรฐานของบัส PCI แบบใหม่ที่กล่าวถึงนี้เรียกว่า ?PCI Express?


รูปโครงสร้างการเชื่อมต่อของระบบบัส PCI Express กับ Chipset
PCI Express นั้นเป็นบัสที่ทำงานแบบ Serial และสามารถเลือกใช้ความเร็วมากน้อยตามต้องการได้ โดยแบ่งออกเป็นช่องสัญญาณ (channel) หรือ lane ของ PCI ซึ่งจะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลแต่ละทิศทาง 250 MB/sec และรวมสองทาง (Full-Duplex) สูงถึง 500 MB/sec ซึ่งขั้นต่ำสุดเรียกว่า PCI Express x1 ถูกออกแบบให้มาแทนที่ PCI Bus แบบเดิม ประกอบด้วย 1 lane สล็อตก็จะสั้นหน่อย ส่วนขั้นถัดไปจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 2, 4, 8 และ 16 เท่าตามลำดับ ก็จะประกอบด้วย 2, 4, 8 และ 16 lane ที่รับส่งข้อมูลพร้อมกัน สล็อตก็จะยาวขึ้น (มีขั้วต่อมากขึ้น) เรียกว่าเป็น PCI Express x2, x4, x8 และสูงสุดคือ PCI Express x16 ที่เร็วถึง 8 GB/sec ซึ่งจะมาแทนที่สล็อตแบบ AGP 8x ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดที่มีมานมนาน เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะสามารถมีสล็อต AGP ได้เพียงสล็อตเดียวเท่านั้น แต่สำหรับมาตรฐานใหม่อย่าง PCI Express x16 ที่จะมาแทนที่สล็อต AGP แบบเดิมนั้นจะสามารถมีได้มากกว่า 1 ช่องบนเมนบอร์ดเดียวกัน

- รูปตัวอย่าง Socket แบบใหม่ LGA775 หรือ Socket T สำหรับซีพียู Prescott บริเวณวงกลมสีเขียว
สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ ดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวพร้อมคำอธิบายการทำงาน (ขนาดประมาณ 43 MB) ได้ที่นี่ ดาวน์โหลด
BTX ฟรอ์มแฟกเตอร์สำหรับอนาคต
ฟอร์มแฟกเตอร์(Form Factor) หมายถึงขนาดของตัวเมนบอร์ดและตำแหน่งของขั้วต่ออุปกรณ์ภายนอกต่างๆ โดยจะต้องเข้ากันได้กับชนิดของตัวเครื่องหรือเคส (case) ที่ใช้ด้วย
ฟอร์มแฟกเตอร์ของเมนบอร์ดและรูปแบบของเคสในปัจจุบันที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ ATX ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีใช้กันมานานแล้ว ส่วนประกอบบนเมนบอร์ดโดยทั่วๆไปนอกจาก Socket ที่ใช้เสียบซีพียูแล้วก็จะมีสล็อตแบบ PCI 5-6 สล็อต, AGP 1 สล็อต และช่องเสียบ RAM ขึ้นกับเมน-บอร์ดแต่ละยี่ห้อ เป็นต้น รวมถึงคอนเน็คเตอร์ต่างๆก็แยกเป็นสีติดอยู่กับตัวเมนบอร์ดทางด้านหลัง ฟอร์มแฟกเตอร์ของเมนบอร์ดรวมทั้งรูปแบบของเคส ที่คุ้นเคยเหล่านี้กำลังจะถูกแทนที่ด้วยฟอร์มแฟกเตอร์แบบใหม่ที่ทันสมัยขึ้น ฟอร์มแฟกเตอร์ที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็คือฟอร์มแฟกเตอร์แบบ BTX
BTX (Balanced Technology Extended) เป็น Form Factor หรือรูปแบบของเมนบอร์ดมาตรฐานใหม่ของอินเทล ที่กำลังจะออกมาในเร็วๆนี้ ซึ่งนอกจากจะประกอบด้วย Socket T หรือ LGA 775 แบบใหม่สำหรับซีพียูในตระกูล Prescott แล้ว ก็ยังพ่วงเทคโนโลยีใหม่อย่างเช่นการใช้หน่วยความจำ DDR II และสล็อตแบบ PCI Express ซึ่งถูกออกแบบมาแทนที่สล็อตเดิมๆอย่าง PCI และ AGP
เมนบอร์ดแบบBTXได้ปรับปรุงการระบายความร้อนภายในตัวเครื่องรวมถึงซีพียูด้วย โดยแยกจุดที่เกิดความร้อนสูงออกจากกัน และเพิ่มตัวกระจายความร้อน(Thermal Module) ซึ่งอาจมีตัวยึดกับเคสหรือ SRM (Support and retention Module)ด้วย
w Micro BTX ขนาด 10.4?x10.5? จะมี PCI Slot 32 บิตแบบเดิมอยู่ 1 สล็อต, PCI Express x1 มี 2 สล็อต และ PCI Express x16 อีก 1 สล็อต รูปเมนบอร์ดแบบ Micro BTX และตำแหน่งของการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ

รูปแสดงทิศทางการไหลของกระแสความร้อน (สีแดง) และความเย็น (สีเขียว)ที่เกิดขึ้นภายในเคสForm Factorแบบ BTXนี้จะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ

w Standard BTX ขนาด 12.8?x10.5? จะมีสล็อต PCI 32 บิตแบบเดิมอยู่ประมาณ 4 สล็อต, PCI Express x1 มี 2 สล็อต และ PCI Express x16 อีก1 สล็อต

ที่เปลี่ยนไปจากเดิม
เปรียบเทียบตำแหน่งของการจัดวางพอร์ตต่างๆระหว่าง ATX แบบเดิม กับ BTX


และ Power Supply ที่ใช้
DDR II หน่วยความจำความเร็วสูง
รูปเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลระหว่าง DDR SDRAM (ซ้าย)กับ SRD RAM (ขวา)
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชนิดของหน่วยความจำที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันก็คือหน่วยความจำแบบ DDR SDRAM (Double Data Rate SDRAM) ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้ทั้งขาขึ้นและขาลงของสัญญาณนาฬิกา ทำให้ได้ความถี่และอัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth)ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมมากเช่น ถ้าใช้หน่วยความจำ DDR SDRAM PC3200เราจะได้อัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 3.2 GB/s (กรณีที่เมนบอร์ดสามารถรองรับได้) ซึ่งได้มาจาก(ความกว้างบัส 64 บิตหรือ 8 ไบต์) x (จำนวนครั้งที่รับส่งข้อมูลแต่ละรอบของclock = 2 ครั้ง) x (ความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ให้จังหวะในการทำงานแก่ FSB 200 MHz) = 3,200 MB/s หรือ 3.2 GB/s

แต่ถ้าเมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานกับหน่วยความจำแบบ Dual-Channel ได้ก็จะยิ่งทำให้ได้อัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth)เพิ่มขึ้นจากเดิม 3.2 GB/s เป็น 6.4 GB/s เลยทีเดียว (กรณีที่เสียบหน่วยความจำลงช่องสล็อตอย่างถูกวิธี) แต่ในอนาคตอันใกล้นี้หน่วยความจำแบบ DDR SDRAM ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันกำลังจะถูกแทนที่ด้วยหน่วยความจำแบบ DDR
ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมาก หน่วยความจำแบบ DDR ยุคใหม่ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ หน่วยความจำแบบ DDR II นั่นเอง


หน่วยความจำ DDR II นั้นเป็นหน่วยความจำแบบใหม่ที่ใช้ Package เป็นแบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Grid Array) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำกว่าแบบ TSOP ซึ่งเป็นรูปแบบของ Package ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันและนอกจากนี้ยังสามารถออกแบบให้มีขนาดเล็กและบางลงได้ด้วย รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างจนทำให้สามารถทำงานที่ความถี่ที่สูงขึ้นได้ โดยหน่วยความจำแบบ DDR II นั้นมีความเร็วในการทำงานเริ่มต้นที่ 400 MHz และเพิ่มเป็น 533, 667 และ 800 MHz หรือ PC2-3200, PC2-4300, PC2-5300 และ PC2-6400 ตามลำดับ ซึ่งจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ได้อัตราในรับส่งข้อมูลหรือแบนวิดธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย (DDR เดิมมีความเร็วในการทำงานสูงสุดอยู่ที่ 400 MHz เท่านั้น) นอกจากนี้ DDR IIยังมีความจุได้มากถึง 4 GB และใช้แรงดันไฟฟ้าต่ำเพียง 1.8 โวลต์เท่านั้น(DDR เดิมมีความจุสูงสุดเพียง 1 GB และใช้แรงดันไฟฟ้าสูงถึง 2.5โวลต์)แต่ข้อเสียของ DDR II ก็คือมันมีขาทั้งหมด 240 ขา ซึ่งใช้ไม่ได้กับ DIMMSlot แบบเดิมที่มีเพียง 184 ขาเท่านั้น ดังนั้นถ้าจะหันมาใช้หน่วยความจำ DDR II ก็เป็นอันว่าต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่สถานเดียวเท่านั้น

รูปแบบของ Package แบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Grid Array) ที่ถูกใช้กับหน่วยความจำ DDR II (รูปบน) และ รูปแบบของ Package แบบ TSOP ซึ่งเป็นรูปแบบของ Package ที่ใช้กับหน่วยความจำ DDR ในปัจจุบัน (รูปล่าง)

รูปเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลระหว่าง DDR SDRAM (ล่าง) กับ DDR II SDRAM (บน)
หน่วยความจำแบบ DDR II SDRAM นั้นนอกจากจะผลิตออกมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop โดยทั่วไปแล้ว ยังได้ผลิตออกมาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Notebook และอื่นๆด้วย โดยแยกเป็นกลุ่มๆได้ดังนี้
DDR II ที่ใช้กับอุปกรณ์อื่นๆทั่วไป

ถูกออกแบบมาให้มีขนาดบางมากๆ มีความเร็วในการทำงานให้เลือกตั้งแต่400, 533, 667 และ 800 MHz Package ที่ใช้เป็นแบบ FBGA ที่มีทั้ง 64 และ 84-ball
DDR II แบบ 240-pin Registered DIMM

ถูกออกแบบมาให้มีจำนวนขาทั้งสิ้น 240 ขา มีความเร็วในการทำงานให้เลือกทั้ง 400, 533, 667 และ 800 MHz หน่วยความจำกลุ่มนี้เป็นประเภทRegistered ที่มักถูกนำไปใช้ในเครื่องระดับ Workstation หรือ Server เป็นหลัก เนื่องจากหน่วยความจำประเภท Registered นี้จะประกอบไปด้วยตัวรีจีสเตอร์หรือดาต้าบัฟเฟอร์ รวมทั้งวงจรควบคุมอยู่บนแผงหน่วยความจำนี้ด้วย จึงทำให้ System Controller ที่อยู่ภายในชิปเซ็ต Northbridge สามารถเข้าถึงหน่วยความจำได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบที่สามารถตรวจสอบความผิดพลาดของหน่วยความจำหรือที่เรียกว่าระบบ ECC (Error Checking and Correction) ด้วย
DDR II แบบ 200-pin Small Outline DIMM
หรือ SO-DIMM สำหรับ Notebook

ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก โดยมีจำนวนขาทั้งสิ้น 200 ขา มีความเร็วในการทำงานให้เลือกทั้ง 400, 533, 667 และ 800 MHz ถูกนำไปใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Notebook เป็นหลัก
สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ ดูข้อมูลเพิ่มเติม
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|




