Provision Co.,Ltd.

( ... รายการ )



การกำหนดรุ่นซีพียู
(Processor Number) แบบใหม่ของ Intel

 

             ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การกำหนดรุ่นซีพียูของ Intel ที่เราเห็นกันโดยทั่วไปนั้นจะอาศัยการระบุเป็นค่าความเร็วหรือค่าความถี่ของสัญญาณนาฬิกาภายในซีพียู(Processor?s Internal clock) ตัวอย่างเช่น Pentium 4 2.4CGHz, Pentium4 HT 3.6 GHz และ Celeron II 2.8 GHz ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงประสิทธิภาพของซีพียูรุ่นนั้นๆ ว่าดีกว่ารุ่นอื่นมากน้อยแค่ไหน แต่ในช่วงเวลาอันใกล้ภายในกลางปีนี้ การกำหนดรุ่นซีพียูของ Intel แบบเดิมๆที่เราเห็นอยู่กำลังจะเปลี่ยนไป โดยคาดหมายว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีที่ทาง Intel ได้พัฒนาขึ้นมาทั้งที่นำมาใช้แล้ว ดังจะเห็นได้จากคอมพิวเตอร์  Notebook  ที่ใช้เทคโนโลยี  Centrino Mobile ในปัจจุบันและที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่ๆอีกหลายอย่าง รวมถึงการพิจารณาถึงคุณสมบัติอย่างอื่น เช่น โครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ใช้ (Architecture), ขนาดของหน่วยความจำแคช (Cache), ความเร็วหรือค่าความถี่ของสัญญาณนาฬิกาภายนอกซีพียูที่เชื่อมต่อระหว่างตัวควบคุมการทำงานของหน่วยความจำ (Memory Controller) กับซีพียู (Front Side Bus : FSB) และอื่นๆ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพโดยรวมของซีพียู   ทำให้ Intel กำหนดมาตรฐานใหม่สำหรับการจำแนกรุ่นต่างๆของซีพียูออกเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่ม High-End ตระกูล 7xx, กลุ่ม Medium-End ตระกูล5xx และกลุ่ม Low-End ตระกูล 3xxซึ่งแต่ละกลุ่มจะระบุเป็นค่าของตัวเลข 3 หลัก
(Processor Number) โดยมีรายละเอียดดังนี้

Desktop Processor Family
Number Sequence

Intel? Pentium? 4 processor Extreme Edition 760 (3.4GHz), 730 (3.2GHz)

7xx

Intel? Pentium? 4 processor (including the Intel? Pentium? 4 processor supporting Hyper-Threading Technology and Intel? Pentium? 4 processor with Hyper-Threading Technology)
Intel? Pentium? 4 processor (Prescott) 570 (3.8GHz), 560 (3.6GHz), 550 (3.4GHz), 540 (3.2GHz), 530 (3.0GHz), 520 (2.8GHz)

5xx

Intel? Celeron? D processor (Prescott) 360 (3.33GHz), 355 (3.2GHz), 350 (3.06GHz), 345 (2.8GHz), 325 (2.53GHz)

3xx


Mobile Processor Family
Number Sequence

Intel? Pentium? M processor* (* ภายใต้เครื่องหมายสัญลักษณ์ Centrino)
Intel? Pentium? M processor Low Voltage (LV)
Intel? Pentium? M processor Ultra Low Voltage (ULV)
Intel? Pentium? M processor (Dothan) 755 (2.0GHz), 745 (1.8GHz), 735 (1.7GHz), 725 (1.6GHz)

7xx

Mobile Intel? Pentium? 4 processor (including the Mobile Intel? Pentium? 4 processor supporting Hyper-Threading Technology and Mobile Intel? Pentium? 4 processor with Hyper-Threading Technology) ยังไม่มีการกำหนดรุ่น

5xx

Intel? Celeron? M processor
Intel? Celeron? M processor Ultra Low Voltage (ULV)
Intel? Celeron? M processor (Dothan /Banias) 340 (1.5GHz), 330 (1.4GHz), 320 (1.3GHz)

3xx


        
ตัวเลข 3 หลักของแต่ละกลุ่มที่กล่าวถึงนั้นนอกจากตัวเลขหลักแรกที่ใช้แบ่งกลุ่มของซีพียูแล้วตัวเลข 2 หลักด้านท้ายที่เหลือจะมีค่าแตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มโดยตัวเลขเหล่านั้น เช่น 735, 560 หรือ 320 จะแสดงถึงความแตกต่างกันทางด้านของคุณสมบัติที่เปลี่ยนไปบางประการ, ความแตกต่างกันทางด้านของโครงสร้างทางสถาปัตยกรรม, ความเร็วบัส (FSB), หน่วยความจำแคช Cache) และอื่นๆ 
         ดังนั้นเราจะได้เห็นการเรียกชื่อรุ่นของซีพียูแบบใหม่นี้ในอีกไม่ช้าไม่นาน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าช่วงแรกๆอาจจะยังคงสับสนและวุ่นวายกันพอสมควร ส่วนมาตรฐานที่ใช้ในการเรียกชื่อซีพียูจากเดิม เช่น Intel? Pentium? 4 3.6 GHz with HT Technology ก็จะ
เปลี่ยนไปกลายเป็น Intel? Pentium? 4 560 with HT Technology เป็นต้น โดยใช้มาตรฐานการเรียกชื่อดังนี้




          ตัวอย่างและรายละเอียดต่างๆ เช่น เทคโนโลยีในการผลิต, ความเร็วบัสและขนาด
L2 Cache ของซีพียูบางส่วนที่ได้มีการกำหนดรุ่น (Processor Number) ไปบ้างแล้ว

7xx

CPU

Manufacturing Process

Bus Speed (FSB)

L2 cache Size (KB or MB)

Processor Number

Pentium M 2.13 GHz

90 nm

533 MHz

2 MB

770

Pentium M 2.0   GHz

90 nm

533 MHz

2 MB

760

Pentium M ULV 1.20 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

758

Pentium M 2.0   GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

755

Pentium M LV 1.5 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

753

Pentium M 1.86 GHz

90 nm

533 MHz

2 MB

750

Pentium M 1.8 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

745

Pentium M 1.73 GHz

90 nm

533 MHz

2 MB

740

Pentium M ULV 1.10 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

738

Pentium M 1.70 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

735

Pentium M LV 1.4 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

733

Pentium M 1.6 GHz

90 nm

533 MHz

2 MB

730

Pentium M 1.6 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

725

Pentium M ULV 1.10 GHz

130 nm

400 MHz

1 MB

718

Pentium M 1.5 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

715

Pentium M 1.3 GHz

90 nm

400 MHz

2 MB

713


5xx

CPU

Manufacturing Process

Bus Speed (FSB)

L2 cache Size (KB or MB)

Processor Number

Pentium 4 EE 3.4 GHz

130 nm

800 MHz

512 KB

???

Pentium 4 EE 3.2 GHz

130 nm

800 MHz

512 KB

???

Pentium 4 4.0 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

580

Pentium 4 3.8 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

570

Pentium 4 M 3.6 GHz

90 nm

533 MHz

1 MB

558

Pentium 4 3.6 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

560

Pentium 4 M 3.46 GHz

90 nm

533 MHz

1 MB

552

Pentium 4 3.4 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

550

Pentium 4 3.2 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

540

Pentium 4 M 3.2 GHz

90 nm

533 MHz

1 MB

538

Pentium 4 M 3.06 GHz

90 nm

533 MHz

1 MB

532

Pentium 4 3.0 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

530

Pentium 4 2.8 GHz

90 nm

800 MHz

1 MB

520

Pentium 4 M 2.8 GHz

90 nm

533 MHz

1 MB

518


3xx

CPU

Manufacturing Process

Bus Speed (FSB)

L2 cache Size (KB or MB)

Processor Number

Celeron M 1.5 GHz

90 nm

400 MHz

1 MB

370

Celeron M 1.4 GHz

90 nm

400 MHz

1 MB

360

Celeron M ULV 1.0 GHz

90 nm

400 MHz

512 KB

358

Celeron M 1.3 GHz

90 nm

400 MHz

1 MB

350

Celeron 3.2 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

350

Celeron 3.06 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

345

Celeron M 1.5 GHz

130 nm

400 MHz

512 KB

340

Celeron 2.93 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

340

Celeron M ULV 900 MHz

90 nm

400 MHz

512 KB

338

Celeron 2.8 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

335

Celeron M 1.4 GHz

130 nm

400 MHz

512 KB

330

Celeron 2.66 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

330

Celeron 2.53 GHz

90 nm

533 MHz

256 KB

325

Celeron M 1.3 GHz

130 nm

400 MHz

512 KB

320



การตรวจสอบซีพียูทุกรุ่นขงค่าย AMD


เราสามารถตรวจสอบรุ่นและรายละเอียดต่างๆ ของซีพียูจาก OPN Codeตามกลุ่มของซีพียูได้ดังนี้

AMD Duron & AMD Athlon XP
AMD Athlon 64
AMD Opteron


AMD & Intel Roadmap







PCI Express ทางด่วนสายใหม่



          บัส PCI แบบ 32 บิตทำงานที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 33 MHz ให้อัตราการรับส่งข้อมูลเป็น  4 ไบต์ (32 บิต)  x 33 MHz = 133 MB/sec และบัส AGP ทำงานที่ความถี่ของสัญญาณนาฬิกา 66 MHz  ให้อัตราการรับส่งข้อมูลเป็น 4 ไบต์ (32 บิต) x 66 MHz = 266 MB/sec สำหรับ AGP1x ส่วนมาตรฐานในปัจจุบันที่ใช้ AGP 8x จะให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงถึง 2130 MB/sec หรือประมาณ 2 GB/s ซึ่งมาตรฐานของบัส PCI และ AGP เหล่านี้มีใช้กันมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่สำหรับในอนาคตอันใกล้นี้จะถูกแทนที่ด้วยมาตรฐานของบัส PCI แบบใหม่ที่ให้อัตราการรับส่งข้อมูลที่สูงขึ้นมากกว่าเดิมหลายเท่า มาตรฐานของบัส PCI แบบใหม่ที่กล่าวถึงนี้เรียกว่า ?PCI Express?



     รูปแสดงการเปรียบเทียบการทำงานระหว่าง PCI เดิม กับ PCI Express





รูปโครงสร้างการเชื่อมต่อของระบบบัส  PCI Express กับ Chipset


             PCI Express นั้นเป็นบัสที่ทำงานแบบ Serial และสามารถเลือกใช้ความเร็วมากน้อยตามต้องการได้ โดยแบ่งออกเป็นช่องสัญญาณ (channel) หรือ  lane ของ  PCI ซึ่งจะมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลแต่ละทิศทาง  250 MB/sec  และรวมสองทาง (Full-Duplex) สูงถึง 500 MB/sec  ซึ่งขั้นต่ำสุดเรียกว่า PCI Express x1 ถูกออกแบบให้มาแทนที่ PCI Bus แบบเดิม ประกอบด้วย 1 lane สล็อตก็จะสั้นหน่อย ส่วนขั้นถัดไปจะมีความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 2, 4, 8 และ 16 เท่าตามลำดับ ก็จะประกอบด้วย 2, 4, 8 และ 16 lane ที่รับส่งข้อมูลพร้อมกัน  สล็อตก็จะยาวขึ้น (มีขั้วต่อมากขึ้น)  เรียกว่าเป็น PCI Express x2, x4, x8 และสูงสุดคือ PCI Express x16 ที่เร็วถึง 8 GB/sec ซึ่งจะมาแทนที่สล็อตแบบ AGP 8x ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดที่มีมานมนาน เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะสามารถมีสล็อต AGP ได้เพียงสล็อตเดียวเท่านั้น แต่สำหรับมาตรฐานใหม่อย่าง PCI Express x16 ที่จะมาแทนที่สล็อต AGP แบบเดิมนั้นจะสามารถมีได้มากกว่า 1 ช่องบนเมนบอร์ดเดียวกัน



- รูปตัวอย่างของเมนบอร์ดที่ใช้ PCI Express x1 (สั้น) และ PCI Express x16   (ยาว) บริเวณวงกลมสีน้ำเงิน
- รูปตัวอย่าง Socket แบบใหม่ LGA775 หรือ Socket T สำหรับซีพียู Prescott 
บริเวณวงกลมสีเขียว

           
 สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ ดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือดาวน์โหลดไฟล์ตัวอย่างภาพเคลื่อนไหวพร้อมคำอธิบายการทำงาน (ขนาดประมาณ 43 MB) ได้ที่นี่ ดาวน์โหลด


BTX ฟรอ์มแฟกเตอร์สำหรับอนาคต


ฟอร์มแฟกเตอร์(Form Factor) หมายถึงขนาดของตัวเมนบอร์ดและตำแหน่งของขั้วต่ออุปกรณ์ภายนอกต่างๆ โดยจะต้องเข้ากันได้กับชนิดของตัวเครื่องหรือเคส (case) ที่ใช้ด้วย

ฟอร์มแฟกเตอร์ของเมนบอร์ดและรูปแบบของเคสในปัจจุบันที่ใช้กันโดยทั่วไปคือ ATX ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มีใช้กันมานานแล้ว ส่วนประกอบบนเมนบอร์ดโดยทั่วๆไปนอกจาก Socket ที่ใช้เสียบซีพียูแล้วก็จะมีสล็อตแบบ PCI 5-6 สล็อต, AGP 1 สล็อต  และช่องเสียบ RAM ขึ้นกับเมน-บอร์ดแต่ละยี่ห้อ เป็นต้น รวมถึงคอนเน็คเตอร์ต่างๆก็แยกเป็นสีติดอยู่กับตัวเมนบอร์ดทางด้านหลัง ฟอร์มแฟกเตอร์ของเมนบอร์ดรวมทั้งรูปแบบของเคส   ที่คุ้นเคยเหล่านี้กำลังจะถูกแทนที่ด้วยฟอร์มแฟกเตอร์แบบใหม่ที่ทันสมัยขึ้น  ฟอร์มแฟกเตอร์ที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็คือฟอร์มแฟกเตอร์แบบ BTX

BTX (Balanced Technology Extended)  เป็น Form Factor หรือรูปแบบของเมนบอร์ดมาตรฐานใหม่ของอินเทล  ที่กำลังจะออกมาในเร็วๆนี้  ซึ่งนอกจากจะประกอบด้วย Socket T หรือ LGA 775 แบบใหม่สำหรับซีพียูในตระกูล Prescott แล้ว ก็ยังพ่วงเทคโนโลยีใหม่อย่างเช่นการใช้หน่วยความจำ DDR II และสล็อตแบบ PCI Express ซึ่งถูกออกแบบมาแทนที่สล็อตเดิมๆอย่าง PCI และ AGP

เมนบอร์ดแบบBTXได้ปรับปรุงการระบายความร้อนภายในตัวเครื่องรวมถึงซีพียูด้วย   โดยแยกจุดที่เกิดความร้อนสูงออกจากกัน และเพิ่มตัวกระจายความร้อน(Thermal Module) ซึ่งอาจมีตัวยึดกับเคสหรือ SRM (Support and retention Module)ด้วย



รูปแสดงทิศทางการไหลของกระแสความร้อน (สีแดง) และความเย็น (สีเขียว)ที่เกิดขึ้นภายในเคส
Form Factorแบบ BTXนี้จะมีทั้งหมด 3 แบบ คือ

    

         w  Standard BTX ขนาด 12.8?x10.5? จะมีสล็อต PCI 32 บิตแบบเดิมอยู่ประมาณ 4 สล็อต, PCI Express x1 มี 2 สล็อต และ PCI Express x16 อีก1 สล็อต

            w    Micro BTX ขนาด 10.4?x10.5? จะมี PCI Slot 32 บิตแบบเดิมอยู่ 1 สล็อต, PCI Express x1 มี 2 สล็อต และ PCI Express x16 อีก 1 สล็อต

            w    Pico BTX ขนาด 8?x10.5? ซึ่งจะมีแต่ PCI Express x1 และx16 อย่างละ 1 สล็อต เท่านั้น



รูปเมนบอร์ดแบบ Micro BTX และตำแหน่งของการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ
ที่เปลี่ยนไปจากเดิม



เปรียบเทียบตำแหน่งของการจัดวางพอร์ตต่างๆระหว่าง ATX แบบเดิม กับ BTX


       

    

รูปภาพตัวเครื่องหรือเคสแบบ  Micro BTX ทั้งด้านหน้า/ด้านข้าง/ด้านหลัง
และ
Power Supply
ที่ใช้


DDR II หน่วยความจำความเร็วสูง


           คงปฏิเสธไม่ได้ว่าชนิดของหน่วยความจำที่นิยมใช้กันมากที่สุดในปัจจุบันก็คือหน่วยความจำแบบ DDR SDRAM (Double Data Rate SDRAM) ซึ่งสามารถรับส่งข้อมูลได้ทั้งขาขึ้นและขาลงของสัญญาณนาฬิกา ทำให้ได้ความถี่และอัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth)ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมมากเช่น ถ้าใช้หน่วยความจำ DDR SDRAM PC3200เราจะได้อัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูลสูงถึง 3.2 GB/s (กรณีที่เมนบอร์ดสามารถรองรับได้) ซึ่งได้มาจาก(ความกว้างบัส 64 บิตหรือ 8 ไบต์) x (จำนวนครั้งที่รับส่งข้อมูลแต่ละรอบของclock = 2 ครั้ง) x (ความถี่ของสัญญาณนาฬิกาที่ให้จังหวะในการทำงานแก่ FSB 200 MHz) = 3,200 MB/s หรือ 3.2 GB/s



รูปเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลระหว่าง DDR SDRAM (ซ้าย)กับ  SRD RAM (ขวา)

แต่ถ้าเมนบอร์ดสามารถรองรับการทำงานกับหน่วยความจำแบบ Dual-Channel ได้ก็จะยิ่งทำให้ได้อัตราสูงสุดในการรับส่งข้อมูล (Bandwidth)เพิ่มขึ้นจากเดิม 3.2 GB/s เป็น 6.4 GB/s เลยทีเดียว (กรณีที่เสียบหน่วยความจำลงช่องสล็อตอย่างถูกวิธี) แต่ในอนาคตอันใกล้นี้หน่วยความจำแบบ DDR SDRAM ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันกำลังจะถูกแทนที่ด้วยหน่วยความจำแบบ DDR
ยุคใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่าเดิมมาก หน่วยความจำแบบ DDR ยุคใหม่ที่กำลังพูดถึงอยู่นี้ก็คือ หน่วยความจำแบบ DDR II นั่นเอง



หน่วยความจำ DDR II นั้นเป็นหน่วยความจำแบบใหม่ที่ใช้ Package เป็นแบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Grid Array) ที่มีความต้านทานไฟฟ้าต่ำกว่าแบบ TSOP ซึ่งเป็นรูปแบบของ Package ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันและนอกจากนี้ยังสามารถออกแบบให้มีขนาดเล็กและบางลงได้ด้วย รวมทั้งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่างจนทำให้สามารถทำงานที่ความถี่ที่สูงขึ้นได้ โดยหน่วยความจำแบบ DDR II นั้นมีความเร็วในการทำงานเริ่มต้นที่ 400 MHz และเพิ่มเป็น 533, 667 และ 800 MHz หรือ PC2-3200, PC2-4300, PC2-5300 และ PC2-6400 ตามลำดับ ซึ่งจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ทำให้ได้อัตราในรับส่งข้อมูลหรือแบนวิดธ์เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย (DDR เดิมมีความเร็วในการทำงานสูงสุดอยู่ที่ 400 MHz เท่านั้น) นอกจากนี้ DDR IIยังมีความจุได้มากถึง 4 GB และใช้แรงดันไฟฟ้าต่ำเพียง 1.8 โวลต์เท่านั้น(DDR เดิมมีความจุสูงสุดเพียง 1 GB และใช้แรงดันไฟฟ้าสูงถึง 2.5โวลต์)แต่ข้อเสียของ DDR II ก็คือมันมีขาทั้งหมด 240 ขา ซึ่งใช้ไม่ได้กับ DIMMSlot แบบเดิมที่มีเพียง 184 ขาเท่านั้น ดังนั้นถ้าจะหันมาใช้หน่วยความจำ DDR II ก็เป็นอันว่าต้องเปลี่ยนเมนบอร์ดใหม่สถานเดียวเท่านั้น




รูปแบบของ Package แบบ FBGA (Fine-Pitch Ball Grid Array) ที่ถูกใช้กับหน่วยความจำ DDR II (รูปบน) และ รูปแบบของ Package แบบ TSOP ซึ่งเป็นรูปแบบของ Package ที่ใช้กับหน่วยความจำ DDR ในปัจจุบัน (รูปล่าง)



รูปเปรียบเทียบประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลระหว่าง DDR SDRAM (ล่าง) กับ DDR II SDRAM (บน)

หน่วยความจำแบบ DDR II SDRAM นั้นนอกจากจะผลิตออกมาใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Desktop โดยทั่วไปแล้ว ยังได้ผลิตออกมาเพื่อใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Notebook และอื่นๆด้วย โดยแยกเป็นกลุ่มๆได้ดังนี้

DDR II ที่ใช้กับอุปกรณ์อื่นๆทั่วไป


ถูกออกแบบมาให้มีขนาดบางมากๆ มีความเร็วในการทำงานให้เลือกตั้งแต่400, 533, 667 และ 800 MHz Package ที่ใช้เป็นแบบ FBGA ที่มีทั้ง 64 และ 84-ball

DDR II แบบ 240-pin Registered DIMM

ถูกออกแบบมาให้มีจำนวนขาทั้งสิ้น 240 ขา มีความเร็วในการทำงานให้เลือกทั้ง 400, 533, 667 และ 800 MHz หน่วยความจำกลุ่มนี้เป็นประเภทRegistered ที่มักถูกนำไปใช้ในเครื่องระดับ Workstation หรือ Server เป็นหลัก เนื่องจากหน่วยความจำประเภท Registered นี้จะประกอบไปด้วยตัวรีจีสเตอร์หรือดาต้าบัฟเฟอร์ รวมทั้งวงจรควบคุมอยู่บนแผงหน่วยความจำนี้ด้วย จึงทำให้ System Controller ที่อยู่ภายในชิปเซ็ต Northbridge สามารถเข้าถึงหน่วยความจำได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบที่สามารถตรวจสอบความผิดพลาดของหน่วยความจำหรือที่เรียกว่าระบบ ECC (Error Checking and Correction) ด้วย

DDR II แบบ 200-pin Small Outline DIMM
หรือ SO-DIMM สำหรับ Notebook


ถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก โดยมีจำนวนขาทั้งสิ้น 200 ขา มีความเร็วในการทำงานให้เลือกทั้ง 400, 533, 667 และ 800 MHz ถูกนำไปใช้ในเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ Notebook เป็นหลัก

สามารถดูข้อมูลและรายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมได้ที่นี่ ดูข้อมูลเพิ่มเติม